บริการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ราคาประหยัด,Solar Cell
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

โซล่าเซลล์

... บ้านนาโซลาร์แพค ...



จำหน่ายโซลาร์เซลล์   ดูภาพขยายใหญ่   จำหน่ายโซลาร์เซลล์


** ร้านบ้านนาโซลาร์แพค (ออนไลน์) จดทะเบียนพานิชย์เมื่อ 14 ม.ค.53 บริการจัดส่งสินค้าจากคลัง จ.ปทุมธานี และสัตหีบ ถึงมือลูกค้าทั่วประเทศผ่านรถขนส่งด่วนเอกชนเป็นหลัก ** 

และได้เปิดศูนย์บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ขึ้นที่ จ.ชัยภูมิและ จ.ตาก เพื่อบริการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์แก่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน โดยเน้นผลิตไฟฟ้าสำหรับ บ้านไร่ บ้านสวน บ้านนา โดยเฉพาะ

( ได้รับความใว้วางใจจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ กระทรวงพลังงาน แนะนำร้านบ้านนาโซลาร์แพคแก่ประชาชนผู้สนใจในวารสาร "รักษ์พลังงาน" ปีที่ 9 ฉบับที่ 66 เดือนพฤษภาคม 2554 ) 

 

 

... สอบถามหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ...  

 

        Call Center091-130-2524 (Hotline) ให้คำปรึกษาและออกแบบระบบโซล่าเซลล์

          สาขา จ.ชัยภูมิ  บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคอิสาน  โทร  084-864-4055, 093-792-6811

          สาขา จ.ชลบุรี ( คลังย่อย- ติดต่อรับสินค้าระบบโซล่าเซลล์ไปติดตั้งเอง เท่านั้น )  โทร 087-587-4811      

         สาขา จ.พะเยา บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ จ.พะเยา   โทร  085-7238-460

         สาขา จ.ตาก  บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ ภาคเหนือ  โทร  091-1302524

        สาขา อุดรธานี บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ อีสานตอนบน 


        

         สั่งซื้อปั๊มน้ำใช้แบตเตอรี่ , ปั๊มน้ำ DC087-587-4811 

        

บริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศโดยบริษัท Inter , Kerry , Nim , ไปรษณีไทย (สำหรับสินค้าชิ้นเล็ก แตกหักยาก) 

... โปรดมั่นใจได้ว่าสินค้าจะปลอดภัยถึงมือท่านที่บ้าน ...

 

สินค้าพลังงานแสงอาทิตย์

      (ปรับปรุงเวปล่าสุด 17 ตุลาคม 2557)       

 

ค้นหาสินค้าในเว็บ
ประเภทสินค้า

 

ขั้นตอนง่ายๆ...ในการสั่งซื้อสินค้า

1. แจ้งที่อยู่ของท่านคลิกที่นี่ หรือโทร 084-864-4055

2. ชำระค่าสินค้าเข้าบัญชีที่ท่านสดวก ดังนี้ 

-  ลขที่บัญชี 4442300343 สาขา เทพสถิต ชื่อบัญชี นาย ธวัชชัย พรมชัยยา

- เลขที่บัญชี  6562289667  สาขา สัตหีบ        ชื่อบัญชี บ้านนาโซลาร์แพค

3. โทรยืนยันการชำระค่าสินค้า(ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆ)

    จากนั้นทางร้านจะรีบส่งสินค้าให้ท่านโดยทันที

 

 

 

สินค้าทั้งหมด
  

ติดต่อเรา
ชื่อของคุณ
อีเมลของคุณ
เบอร์โทรของคุณ
เรื่องที่ติดต่อ
ข้อความ
Verify Code

หลักการคำนวณระบบโซล่าเซลล์

       ทุกท่านที่คิดจะติดตั้งระบบโซล่าเซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในบ้านคงมีคำถามแรกเหมือนกันคือ "จะต้องใช้อุปกร์อะไรบ้าง"

และคำถามต่อมา คือ "ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่" ในฐานะที่ผมเป็นผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ขอใช้ความรู้อันน้อยนิดของผม

และประสบการณ์การติดตั้งไม่กี่ร้อยงาน มาให้ข้อมูลท่านเท่าที่ผมเข้าใจ แต่อาจจะพิสดารแตกต่างจากนักวิชาการหน่อย

ก็ต้องขออภัยด้วยครับ มาดูกันเลยจ้าาา..

1. หลักการคำนวณหาขนาดแผงโซล่าเซลล์   

     ขนาดแผงโซล่าเซลล์ คือ ขนาดของ Watt นะครับ ไม่ใช่ขนาดกว้าง-ยาวของแผง โดยตัวแปรที่จะเป็นผู้กำหนดขนาด

แผงโซล่าเซลล์คือ "ค่า Watt รวมของเครื่องใช้ไฟฟ้า"ที่จะใช้ในบ้านในแต่ละวันครับ

     เริ่มต้น คือ ดูเสียก่อนว่าเราอยากใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างในบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ตรงจุดนี้แสดงถึงความต้องการของ

แต่ละคนที่แตกต่างกัน และเป็นตัวแปรสำคัญเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย เอาเป็นว่า ใครที่มีความต้องการความสดวกสบายเยอะ

ก็ต้องยอมจ่ายมากหน่อยเท่านั้นเองครับ ตัวอย่างการคำนวณ 


ตัวอย่างที่ 1            

ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ

- ทีวี 14 นิ้ว 1 เครื่อง เปิดประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน

- พัดลมตั้งพื้น 1 เครื่อง เปิดประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน

- หลอดไฟตะเกียบ 3 หลอด / เปิดประมาณ 4 ชั่วโมง จำนวน 2 หลอด , เปิดใว้ทั้งคืนจำนวน 1 หลอด

- ชาร์จโทรศัพท์  ชาร์จไฟฉาย

- วิทยุเครื่องเล็กๆ


การคำนวณ

- ทีวี 14 นิ้ว ต้องการกำลังไฟประมาณ 50Wต่อชั่วโมง เปิด 5 ชั่วโมงต่อวัน ต้องใช้กำลังไฟทั้งหมด  50 x 5 = 250W ต่อ วัน

- พัดลมตั้งพื้น ต้องการกำลังไฟประมาณ 50Wต่อชั่วโมง เปิด 8 ชั่วโมงต่อวัน ต้องใช้กำลังไฟทั้งหมด  50 x 8 = 400W ต่อ วัน

- หลอดตะเกียบ ยกตัวอย่างหลอด 18W ต้องการกำลังไฟทั้งหมด (18x2x4)+(18x1x12) = 360W ต่อ วัน

- เครื่องชาร์จโทรศัพท์ชาร์ไฟฉาย คิดรวมๆ 50W ต่อวัน

- วิทยุเล็ก คิดรวม 50W ต่อวัน

นำค่ารวมทั้งหมดมารวมกัน ดังนี้ 250+400+360+50+50=1,110W ต่อวัน

นั่นคือ เราต้องการกำลังไฟฟ้าใช้ในบ้าน 1,110W ต่อวัน

ขนาดแผงโซล่าเซลล์ = กำลังไฟฟ้าที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน / ชั่วโมงแดด (เอาซัก 6 ชั่วโมงต่อวันละกันครับ)

ขนาดแผงโซล่าเซลล์ = 1,110 / 6 = 185W 

นั่นคือเราต้องใช้แผงโซล่าเซลล์อย่างน้อย 185W ขึ้นไปถึงจะมีไฟเพียงพอกับความต้องการครับ

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 9,000-16,000 บาท แตกต่างกันตามคุณภาพของแผงโซล่าเซลล์ครับ

 

 

ตัวอย่างที่ 2

ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ

- ทีวี 21 นิ้ว 1 เครื่อง เปิดประมาณ 6 ชั่วโมง/วัน

- พัดลมตั้งพื้น 2 เครื่อง เปิดประมาณ 8 ชั่วโมง/วัน/เครื่อง

- หลอดไฟตะเกียบ 12 หลอด / เปิดประมาณ 5 ชั่วโมง จำนวน 8 หลอด , เปิดใว้ทั้งคืนจำนวน 2 หลอด

- ตู้เย็น 5-7 คิว     

- หม้อหุงข้าว

- ปั๊มน้ำขนาดเล็กใช้ในบ้าน

- คอมพิวเตอร์ 

- ชาร์จโทรศัพท์ ชาร์จไฟฉาย


การคำนวณ

- ทีวี 21 นิ้ว 1 เครื่อง เปิดประมาณ 6 ชั่วโมง/วัน  (80W x 6 = 480W)

- พัดลมตั้งพื้น 2 เครื่อง เปิดประมาณ 8 ชั่วโมง/วัน/เครื่อง (50W x 2 x 8 = 800W)

- หลอดไฟตะเกียบ 12 หลอด / เปิดประมาณ 5 ชั่วโมง จำนวน 8 หลอด , เปิดใว้ทั้งคืนจำนวน 2 หลอด (18Wx8x5)+(18Wx2x12) = 1152W

- ตู้เย็น 5-7 คิว (100W x 10 = 1000W) ตู้เย็นไม่ได้ทำงานตลอดเวลา เลยคิดที่ 10 ชั่วโมงต่อวันครับ

- หม้อหุงข้าว คิดรวม 1500W

- ปั๊มน้ำขนาดเล็กใช้ในบ้าน คิดรวม 250W

- คอมพิวเตอร์  คิดรวม 300W

- ชาร์จโทรศัพท์ ชาร์จไฟฉาย คิดรวม 50W

นำค่ารวมทั้งหมดมารวมกัน ดังนี้ 480+800+1152+50+1000+1500+250+300+50=5,582W ต่อวัน

นั่นคือ เราต้องการกำลังไฟฟ้าใช้ในบ้าน 5,582W ต่อวัน

ขนาดแผงโซล่าเซลล์ = กำลังไฟฟ้าที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน / ชั่วโมงแดด (เอาซัก 6 ชั่วโมงต่อวัน)

ขนาดแผงโซล่าเซลล์ = 5,582 / 6 = 930.33W 

นั่นคือเราต้องใช้แผงโซล่าเซลล์อย่างน้อย 930W ขึ้นไปครับ

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 45,000-80,000 บาท แตกต่างกันตามคุณภาพของแผงครับ

2. หลักการคำนวณเครื่องควบคุมการชาร์จ

     สำหรับเครื่องควบคุมการชาร์จนั้น ส่วนมากเราจะคำนวณหาค่า A ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ในระบบได้

ตัวแปรที่จะเป็นตัวกำหนดคือ

      1. ขนาดของแผงโซล่าเซลล์ ทั้งค่า W , A และ V โดยปกตินั้นค่าทั้ง 3 จะสัมพันธ์กันอยู่แล้ว เราอาจใช้แค่ W และ V 

มาใช้ในการคำนวณออกแบบก็ได้ โดยใช้สูตร W=V x A  หรือ A = W / V

     2. ขนาดความต้องการ A ของ Lode ที่จะนำมาต่อเข้ากับเครื่องควบคุมนี้

 

จาก ตัวอย่างที่ 1 ที่ต้องใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 185 W เราสามารถคำนวณหาขนาดเครื่องควบคุมการชาร์จได้ดังนี้

    - จากสูตร A = W / V กรณีที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ 12V แทนค่าลงสูตร A = 185 / 12 = 15.4

       นั่นคือ เราต้องใช้เครื่องควบคุมการชาร์จขนาด 15.4 แอมป์ ขึ้นไป แนะนำขนาด 20A 12V ครับ

     - จากสูตร A = W / V กรณีที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ 24V แทนค่าลงสูตร A = 185 / 24 = 7.7

       นั่นคือ เราต้องใช้เครื่องควบคุมการชาร์จขนาด 7.7 แอมป์ ขึ้นไป แนะนำขนาด 10A 24V ครับ

จาก ตัวอย่างที่ 2 ที่ต้องใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 930 W เราสามารถคำนวณหาขนาดเครื่องควบคุมการชาร์จได้ดังนี้

     - จากสูตร A = W / V กรณีที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ 12V แทนค่าลงสูตร A = 930 / 12 = 77.5

       นั่นคือ เราต้องใช้เครื่องควบคุมการชาร์จขนาด 77.5 แอมป์ ขึ้นไป แนะนำขนาด 80A 12V ครับ

     - จากสูตร A = W / V กรณีที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ 24V แทนค่าลงสูตร A = 930 / 24 = 38.7

       นั่นคือ เราต้องใช้เครื่องควบคุมการชาร์จขนาด 38.7 แอมป์ ขึ้นไป แนะนำขนาด 40A 24V ครับ

      - จากสูตร A = W / V กรณีที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ 48V แทนค่าลงสูตร A = 930 / 48 = 19.3

       นั่นคือ เราต้องใช้เครื่องควบคุมการชาร์จขนาด 19.3 แอมป์ ขึ้นไป แนะนำขนาด 20A 48V ครับ

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแผงโซล่าเซลล์แผงใดเป็นแผงระบบ 12V หรือ 24V

ให้ใช้โวลต์มิเตอร์วัดครับ หรือง่ายๆให้ดูใต้แผงโซล่าเซลล์นั่นแหละ ตรงค่า Voc ครับ

      - แผงโซล่าเซลล์ระบบ 12V ค่า Voc ระบุช่วง 18V - 23V หากใช้มิเตอร์วัดแผงโซล่าเซลล์ตอนมีแดดส่อง

จะอ่านค่าได้ประมาณ 18V-23V เช่นกัน วัดในร่มชายคาที่ด้านนอกยังมีแดดอยู่หรือตอนเช้าตรู่ที่ยังไม่มีแดด(แต่ไม่มืด)

จะอ่านค่าได้ประมาณ 16V-18V (ถ้าอ่านค่าได้น้อยกว่านี้ถือว่าแผงโซล่าเซลล์คุณภาพต่ำมาก หรือ เสียไปแล้ว)

       - แผงโซล่าเซลล์ระบบ 24V ค่า Voc ระบุช่วง 36V - 45V หากใช้มิเตอร์วัดแผงโซล่าเซลล์ตอนมีแดดส่อง

จะอ่านค่าได้ประมาณ 36V-45V เช่นกันครับ


3. การคำนวณขนาดเครื่องแปลงไฟ (Inverter)

     เบื้องต้นนั้นท่านต้องทราบดีว่า ระบบโซล่าเซลล์ของท่านเป็นระบบอะไร 12V , 24V หรือ 48V เพราะจะเป็นตัวแปรแรกใน

การเลือกใช้ Inverter ส่วนอีกตัวแปรก็คือค่า W รวมของ Lode ที่คาดว่าจะมีโอกาสเปิดพร้อมกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วเผื่อใว้

อีก 3-5 เท่า ของค่า W รวมนั้นๆ


จาก ตัวอย่างที่ 1 อาจมีโอกาสเปิดทีวี,พัดลม,หลอดไฟทั้ง3หลอดและชาร์จโทรศัพท์ พร้อมกันได้ เราก็เอาค่า W ของแต่ละ

อุปกรณ์มารวมกัน จะได้ 50+50+(18x3)+50 = 204 W ดังนั้น ควรใช้ Inverter ขนาด 600-1,000W ส่วนจะใช้กี่ V นั้นก็

แล้วแต่ระบบที่ท่านออกแบบใว้ครับ

จาก ตัวอย่างที่ 2 อาจมีโอกาสเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดพร้อมกันได้ เราก็เอาค่า W ของแต่ละอุปกรณ์มารวมกัน จะได้

70+(50x2)+(18x12)+100+800+150+80+50 = 1,566 W ดังนั้น ควรใช้ Inverter ขนาด 4,500-5,000W ส่วนจะ

ใช้กี่ V นั้นก็แล้วแต่ระบบที่ท่านออกแบบใว้ ถ้าใช้ Inverter เครื่องเดียวเลยจะต้องเป็นชนิด Pure Sine Wave

ซึ่งราคาประมาณ 4-8 หมื่นบาท แล้วแต่คุณภาพ แต่เพื่อความประหยัด ผมจึงขอแนะนำให้ใช้ Inverter 2 เครื่องแทนครับ

ดังนี้

- Inverter 1,000W แบบ Pure Sine Wave ราคาประมาณ 8,000-20,000 บาท สำหรับตู้เย็น,ปั๊มน้ำและ Computer

- Inverter 3,000W แบบ Modifier Sine Wave ราคาประมาณ 8,000-9,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

(ประหยัดได้ตั้งหลายพันบาทครับ เวลามีเครื่องใดเสีย ก็ยังมีอีกเครื่องที่ยังใช้ได้ด้วย)


4. การคำนวณหาขนาดแบตเตอรี่ 

     ตัวแปรที่เป็นตัวกำหนดขนาดแบตเตอรี่ คือ Lode ครับ ว่าต้องการกำลังไฟเท่าไหร่ในแต่ละช่วงเวลาที่ต้องการ

ขนาดแบตเตอรี่ สามารถคำนวณได้จากสูตร

ขนาดแบตเตอรี่ = กำลังไฟฟ้าที่ Lode ต้องการ x ระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน  /

                           แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ x ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ x ประสิทธิภาพของ Inverter

โดย

* ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ถ้าใช้แบตเตอรี่รถยนต์ = 0.60 ถ้าใช้แบตเตอรี่ชนิด Deep Cycle = 0.80

* ประสิทธิภาพ Inverter (คุณภาพดี) = 0.85


จาก ตัวอย่างที่ 1 ความต้องการกำลังไฟต่อวันรวม 1,110W  และใช้แบตเตอรี่ 12V ธรรมดา ดังนั้น

ขนาดของแบตเตอรี่ = 1110 / 12 x 0.6 x 0.85 = 181.37 Ah

นั่นคือต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดประมาณ 12V 180Ah หรือมากกว่า อาจใช้ลูกใหญ่ลูกเดียวเลย(แต่ไม่แนะนำ) หรือ

ใช้แบตเตอรี่ 12Vลูกเล็ก 2-3ลูก ต่อขนานกันให้ได้ความจุประมาณนั้นครับ

จาก ตัวอย่างที่ 2 ความต้องการกำลังไฟต่อวันรวม 5,582W  และใช้แบตเตอรี่ 12V Deep Cycle ดังนั้น

ขนาดของแบตเตอรี่ = 5582 / 12 x 0.8 x 0.85 = 684 Ah

 

นั่นคือต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดประมาณ 12V 684Ah หรือมากกว่า 

กรณีออกแบบระบบเป็น ระบบ 24V สามารถคำนวณหาขนาดแบตได้ดังนี้

ขนาดของแบตเตอรี่ = 5582 / 24 x 0.8 x 0.85 = 342 Ah

นั่นคือต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดประมาณ 24V 342Ah หรือมากกว่า ครับ

 

ขนาดของสายไฟ

 โดยทั่วไปนั้น เราไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียของกำลังไฟฟ้าในสายไฟมากกว่า 5% ดังนั้นในระบบ 12VDC  ของ

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เราจะต้องไม่ให้ตกมากกว่า 0.6V หรือถ้าเป็นระบบ 24VDC ก็ต้องไม่ให้ตก

มากกว่า 1.2V จากตารางด้านล่างนี้ เป็นตัวอย่างขนาดสายไฟที่เหมาะสมกับระบบ 12VDC 

 

Voltage Loss Per 100m Of Wire Run

(Volts Per 200m Of Wire)

Flow

(Amps)

 

Wire Size (mm2)
1.5 2.5 4.0
0.1 0.21 0.14 0.08
0.2 0.43 0.27 0.17
0.3 0.64 0.41 0.25
0.4 0.86 0.54 0.34
0.5 1.07 0.68 0.42
0.6 1.29 0.81 0.51
0.7 1.50 0.95 0.59
0.8 1.72 1.08 0.68
0.9 1.93 1.22 0.76
1.0 2.15 1.35 0.85
2.0 4.29 2.70 1.69
3.0 6.44 4.05 2.54
4.0 8.58 5.41 3.38
5.0 10.73 6.76 4.23
6.0 12.83 8.11 5.08
7.0 15.02 9.46 5.92
8.0 17.16 10.81 6.77
9.0 19.31 12.16 7.62
10.0 21.45 13.51 8.46

 

ยกตัวอย่าง  สมมุติว่าเราติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ห่างจาก Solar Charge Controller ที่ระยะ 8 เมตร และมีกระแสใหล

ประมาณซัก 6 A เมื่อดูจากตารางจะพบว่าถ้าเราใช้สายทองแดงขนาด 1.5 mm แรงดันไฟฟ้าสูญเสียในสายระยะ

100 เมตร เท่ากับ 12.83V (ตีไปซะ 13 นะครับ) แต่เราเดินสายเพียง 8 เมตร ดังนั้นแรงดันไฟฟ้าที่สูญเสียในสาย

จะเท่ากับ 8x13/100 = 1.04  ซึ่งเกินกว่าค่าที่เรายอมรับได้(คือ0.6V)  แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเป็นสายไฟฟ้าขนาด 2.5 mm

แรงดันไฟฟ้าที่สูญเสียในสายจะเท่ากับ 8x8/100= 0.64  ซึ่งใกล้เคียงกับค่าที่เราต้องการ

                             

       และจากประสบการณ์ในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์  ผมแนะนำให้ท่านเลือกใช้สายอ่อนครับ เพราะหากท่านใช้สาย

แข็ง(สายที่ใช้เดินไฟตามบ้าน)จะมีปัญหาเรื่องการต่อสายและการเข้าสายกับ terminal box ครับ จะเป็นสายอ่อนแบบคู่

หรือเดี่ยวหรือจะเป็นสายVCT เลยก็ดีครับ


      ท่านรู้หรือไม่ ว่าการใช้สายไฟขนาดเล็กกับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายๆชิ้นหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าค่า W สูงๆ สิ่งที่อาจจะ

เกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นบ่อยมากๆคือ อัคคีภัย(ไฟไหม้) เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นในสายทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟละลาย

จนเกิดกระแสไฟลัดวงจรขึ้นตรงนี้ท่านควรใส่ใจด้วยครับ

 ยังมีเรื่องน่ารู้อีกมากมาย เดี๋ยวมาต่อนะครับ 

                         


Online: 3 Visits: 1,152,019 Today: 416 PageView/Month: 40,213